วันเสาร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2558

วิธีอัพเดท watchOS 2 สำหรับผู้ใช้ Apple Watch

how-to-update-watchos-2-featured
watchOS 2 เป็นระบบปฏิบัติการของ Apple Watch ที่เป็นการอัพเดทครั้งใหญ่ครั้งแรกก็ว่าได้ โดยฟีเจอร์เด็ดของ watch OS 2 ก็คือ สามารถติดตั้ง Native App บน Apple Watch ได้ ซึ่งข้อดีก็คือ แอพสามารถทำงานบน Apple Watch ได้ด้วยตัวมันเอง ไม่ต้อง Sync ข้อมูลกับไอโฟน ทำให้การทำงานของแอพเร็วกว่าแต่ก่อนมาก
วันนี้ทีมงาน MacThai จึงนำวิธีอัพเดท watchOS 2 ง่าย ๆ เพียงไม่กี่ขั้นตอนมาฝากกัน

สิ่งที่ต้องทำก่อนอัพเดท

  • ชาร์จแบต iPhone และ Apple Watch ของเราให้มีเกิน 50%
  • นำไอโฟนไปต่อ Wi-Fi ให้เรียบร้อย เพราะขนาดของ watchOS 2 จะอยู่ที่ 517 MB
  • นำ Apple Watch มาอยู่ใกล้ ๆ ไอโฟน
  • ขณะทำการดัพเดท เราจะต้องชาร์จแบต Apple Watch ตลอดเวลา
  • และสิ่งที่ขาดไม่ได้คือไอโฟนจะต้องอัพเดทเป็น iOS 9 ก่อน !!
how to update watchos 2-1

วิธีการอัพเดท watchOS 2

  • หยิบไอโฟนขึ้นมา เข้าที่แอพ Watch จากนั้นเลือก General >> Software Update

how to update watchos 2-7

  • ต่อมาให้กดที่ Download and Install
  • จะขึ้นหน้า Terms and Condition ให้เรากด Agree ด้านล่างขวา
  • สำหรับใครที่ตั้ง Passcode ไว้ ก็ให้ใส่รหัสลงไป
  • จากนั้นก็รอ รอ รอ แล้วก็รอ
how-to-update-watchos-2-10
  • เมื่อทำการดาวน์โหลดเสร็จเรียบร้อย Apple Watch ของเราก็จะเริ่มทำการ Install watchOS 2 ซึ่งก็ใช้เวลาพอสมควร
  • เมื่อเสร็จเรียบร้อย Apple Watch ก็จะทำการ Reboot ใหม่ 1 ครั้ง
how to update watchos 2-8
เพียงแค่เราก็สามารถอัพเดท Apple Watch ของเราให้เป็น watchOS 2 ได้แล้ว
เช็คเพื่อความแน่ใจว่าอัพเดทเป็น watchOS 2 สำเร็จหรือไม่ ให้หยิบ Apple Watch ขึ้นมาแล้วเข้าไปที่ Setting >> General >> About แล้วไปดูตรง Version ว่าเป็นเวอร์ชัน 2.0 (13S344) จริงหรือไม่?? ถ้าใช่แสดงว่าอัพเดทสำเร็จ

!! คำเตือน !!

เมื่อเราทำการอัพเดท watchOS 2 แล้ว เราไม่สามารถ Downgrade กลับไปใช้เวอร์ชันก่อนหน้าได้อีกแล้ว เพราะฉะนั้น ควรตัดสินใจให้ดีก่อนทำการดัพเดท
Credits:http://www.macthai.com/2015/09/22/how-to-update-watchos-2/

วิธี Downgrade จาก iOS 9.0 กลับไป iOS 8.4.1 บน iPhone, iPad, iPod Touch

ios-9-downgrade-to-ios-8-4-1
แม้แอปเปิลออกมาประกาศว่ามีคนที่อัพเดทเครื่องไปเป็น iOS 9 แล้วมากกว่า 50% ของผู้ใช้ทั้งหมด จนเป็น iOS เวอร์ชันที่มีผู้อัพเดทขึ้นไปเร็วที่สุดตั้งแต่เคยมีมา แต่ก็ยังมีหลายคนที่ไม่ปลื้ม และอยากจะกลับไป iOS 8.4.1 วันนี้เรามีวิธีมากฝากกัน

เตรียมเครื่องก่อน Downgrade

  • คอมพิวเตอร์ ที่ลงโปรแกรม iTunes เวอร์ชันล่าสุดเอาไว้
  • เครื่อง iPhone, iPad, iPod Touch ที่ใช้ iOS 9.0
  • โหลดไฟล์ Firmware เวอร์ชัน 8.4.1 เอาไว้ (รวมช่องทางโหลด Firmware iOS 8.4.1 สำหรับ iPhone, iPad และ iPod Touch)
  • Backup ข้อมูลที่เคยเก็บไว้ตอนเวอร์ชัน 8.4.1 (ถ้าไม่เคยเก็บ Backup ไว้แนะนำให้อ่านคำเตือนด้านล่างนี้)

คำเตือนก่อน Downgrade

  • Backup ที่เราเก็บไว้ของเวอร์ชัน 9.0 จะไม่สามารถนำมาใช้กับ 8.4.1 ได้ เพราะเป็นเวอร์ชันที่ใหม่กว่า
  • นั้นหมายความว่า ถ้าคุณไม่เคยทำการ Backup ข้อมูลตอนที่ใช้เวอร์ชัน 8.4.1 เอาไว้เลย ถ้าทำการ Downgrade กลับจาก 9.0 มา 8.4.1 คุณจะได้เครื่องเปล่าๆ ไม่มีข้อมูลอยู่ในนั้น
  • แต่ถ้าคุณเคยมี Backup ของเวอร์ชัน 8.4.1 เอาไว้ในเครื่อง ก็สามารถ Downgrade แล้วนำข้อมูลจาก Backup นั้นมาใช้ได้
macthai-how-to-downgrade-from-ios-9-to-ios-8-4-1.08 PM

วิธี Downgrade จาก iOS 9.0 มา iOS 8.4.1

  • เปิด iPhone, iPad หรือ iPod Touch แล้วเสียบสาย Sync เข้ากับคอมพิวเตอร์
  • เปิดโปรแกรม iTunes เวอร์ชันล่าสุด
  • ทำการ Backup ข้อมูลทั้งหมดก่อนที่จะ Downgrade (อ่าน: วิธี Backup ข้อมูลผ่าน iTunes)
  • กดเข้า Recovery Mode โดยทำตามขั้นตอนดังนี้
    • ปิดเครื่อง โดยกดที่ปุ่ม Power ค้างไว้ แล้ว Slide to Power Off
    • กดปุ่ม Power ค้างไว้ 3 วินาทีเพื่อเปิดเครื่อง
    • จากนั้นปล่อยปุ่ม Power แล้วกดปุ่ม Home ค้างไว้อีก 10 วินาที หรือจนกว่าจะขึ้นโลโก้รูปเสียบสายกับ iTunes บนหน้าจอ
    • ถ้าทำแล้วไม่มีหน้าจอดังกล่าวขึ้นมา ให้กลับไปเริ่มข้อแรกของการทำ Recovery Mode ใหม่
macthai-how-to-downgrade-from-ios-9-to-ios-8-4-1.21 PM
  • ถ้าขึ้นหน้าต่างเตือน ให้กดไปที่ Cancel
macthai-how-to-downgrade-from-ios-9-to-ios-8-4-1.33 PM
  • เมื่อเข้า Recovery Mode แล้ว กดปุ่ม Shift ค้างไว้ (ถ้าบนแมคกดปุ่ม Alt ค้างไว้) แล้วเลือกไปที่ Restore
  • จากนั้นเลือกไฟล์ Firmware iOS 8.4.1 ที่โหลดมาเก็บไว้
  • รอประมาณ 20 นาที ก็จะได้เครื่องกลับมาเป็น iOS 8.4.1 แล้ว
macthai-how-to-downgrade-from-ios-9-to-ios-8-4-1.25 PM
  • ถ้าใครที่มี Backup ของเวอร์ชัน 8.4.1 เก็บไว้บนคอมพิวเตอร์ ก็สามารถเลือกเอาข้อมูลจาก Backup นั้นได้เลย
Credits:http://www.macthai.com/2015/09/22/how-to-downgrade-from-ios-9-to-ios-8-4-1/

วิธีแก้ปัญหาแอพค้างบน Apple Watch ด้วยวิธี Force Quit

ในบางครั้งเวลาเราใช้แอพบน iPhone/iPad เกิดไม่ตอบสนองหรือค้างเราก็พอจะรู้วิธีแก้ปัญหาเบื้องต้นอยู่บ้าง แต่ถ้าปัญหานี้เกิดกับ Apple Watch ล่ะ จะทำอย่างไรดี?
ปัญหาแอพค้างอาจเกิดขึ้นได้ไม่ว่าเราจะใช้งานบนอุปกรณ์ประเภทใดก็ตาม และ Apple Watch ก็เช่นกัน ดังนั้น เมื่อเราใช้งานแอพใดๆ บน Apple Watch แล้วเกิดค้างขึ้นมา เราสามารถแก้ปัญหาเบื้องต้นได้ด้วยการ Force Quit ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้

การ Force Quit เมื่อแอพค้าง

  • ในการที่จะ Force Quit แอพบน Apple Watch นั้น ให้เรากด Side button ที่อยู่ด้านล่างของ Digital Crown ค้างไว้จนกว่าหน้าจอ Shut down ปรากฏ
force-quit-app-on-apple-watch01
  • เมื่อหน้าจอ Shut down ปรากฏให้เราปล่อยปุ่ม จากนั้นกด Side button ค้างอีกครั้งจนกว่า app ที่มีปัญหาปิดไปจากนั้น Apple Watch ก็จะกลับมาสู่หน้า home อีกครั้ง
force-quit-app-on-apple-watch02
force-quit-app-on-apple-watch03
เพียงเท่านี้ เราก็สามารถกลับมาใช้งานได้เหมือนเดิมแล้วครับ ดูวิธีการทำ Force Quit ได้จากวิดีโอด้านล่างครับ
Credits:http://www.macthai.com/2015/05/07/tip-how-to-force-quit-or-kill-an-app-on-the-apple-watch-2/

iPhone: ส่องราคา iPhone 6s, iPhone 6s Plus เครื่องเปล่าจากสิงคโปร์, ฮ่องกง, ญี่ปุ่น!

 สำหรับสาวก Apple ที่ขี้ใจร้อนเชื่อเหลือเกินว่าหลายๆท่านที่งบถึงก็คงอยากจะจับจองเป็นเจ้าของ iPhone 6s และ iPhone 6s Plus สมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดจาก Appleกันอยู่แน่ๆ แต่สำหรับคนที่รอเครื่องศูนย์ไทยกันไม่ไหวจริงๆเพราะก็ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มขายกันเมื่อไหร่ก็อาจจะต้องไปอุดหนุนเครื่องหิ้วกันแทน ว่าแล้ววันนี้เราเลยรวบรวมราคาวางจำหน่าย iPhone 6s และ iPhone 6s Plus จากสามประเทศในแถบเอเชียทั้งสิงคโปร์, ฮ่องกง และญี่ปุ่นซึ่งเป็นกลุ่มประเทศแรกที่วางขาย iPhone รุ่นใหม่ตั้งแต่วันที่ 25 กันยายนนี้เลย มาดูกันครับว่าแต่ละประเทศจะถูกแพงแตกต่างกันมากน้อยขนาดไหน :)

ราคา iPhone 6s และ iPhone 6s Plus ในสิงคโปร์

  • iPhone 6s รุ่นความจุ 16GB ราคา 1,048 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 26,600 บาท
  • iPhone 6s รุ่นความจุ 64GB ราคา 1,218 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 31,000 บาท
  • iPhone 6s รุ่นความจุ 128GB ราคา 1,388 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 35,300 บาท
  • iPhone 6s Plus รุ่นความจุ 16GB ราคา 1,218 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 31,000 บาท
  • iPhone 6s Plus รุ่นความจุ 64GB ราคา 1,388 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 35,300 บาท
  • iPhone 6s Plus รุ่นความจุ 128GB ราคา 1,558 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 39,600 บาท

ราคา iPhone 6s และ iPhone 6s Plus ในฮ่องกง

  • iPhone 6s รุ่นความจุ 16GB ราคา 5,588 ดอลลาร์ฮ่องกง หรือประมาณ 26,000 บาท
  • iPhone 6s รุ่นความจุ 64GB ราคา 6,388 ดอลลาร์ฮ่องกง หรือประมาณ 29,800 บาท
  • iPhone 6s รุ่นความจุ 128GB ราคา 7,188 ดอลลาร์ฮ่องกง หรือประมาณ 33,500 บาท
  • iPhone 6s Plus รุ่นความจุ 16GB ราคา 6,388 ดอลลาร์ฮ่องกง หรือประมาณ 29,800 บาท
  • iPhone 6s Plus รุ่นความจุ 64GB ราคา 7,188 ดอลลาร์ฮ่องกง หรือประมาณ 33,500 บาท
  • iPhone 6s Plus รุ่นความจุ 128GB ราคา 8,088 ดอลลาร์ฮ่องกง หรือประมาณ 37,700 บาท

ราคา iPhone 6s และ iPhone 6s Plus ในญี่ปุ่น

  • iPhone 6s รุ่นความจุ 16GB ราคา 86,800 เยน หรือประมาณ 26,100 บาท
  • iPhone 6s รุ่นความจุ 64GB ราคา 98,800 เยน หรือประมาณ 29,700 บาท
  • iPhone 6s รุ่นความจุ 128GB ราคา 110,800 เยน หรือประมาณ 33,300 บาท
  • iPhone 6s Plus รุ่นความจุ 16GB ราคา 98,800 เยน หรือประมาณ 29,700 บาท
  • iPhone 6s Plus รุ่นความจุ 64GB ราคา 110,800 เยน หรือประมาณ 33,300 บาท
  • iPhone 6s Plus รุ่นความจุ 128GB ราคา 122,800 เยน หรือประมาณ 36,900 บาท

Credits:http://www.techxcite.com/topic/23594.html

iPhone: มาแล้วคลิปแกะกล่อง iPhone 6s, iPhone 6s Plus พร้อมตัวอย่างรูปถ่าย, Benchmark! (มีคลิป)

เรียกได้ว่าไวกว่าที่ Apple ระบุไว้เหมือนกันสำหรับ iPhone 6s และ iPhone 6s Plus สมาร์ตโฟนเรือธงสองรุ่นล่าสุดที่ตอนนี้เริ่มมีคนได้รับของที่สั่งไว้ก่อนกำหนดกันแล้ว ซึ่งก็แน่นอนว่าพวกเขาเหล่านี้ก็ต้องนำตัวเครื่องมาทำการแกะกล่องให้ชมกันรวมไปจนถึงทดสอบกันเล็กๆน้อยๆในส่วนของกล้องและประสิทธิภาพภายในเครื่องผ่าน Benchmark กันด้วย ซึ่งในวันนี้เราได้รวบรวมคลิปแกะกล่อง iPhone 6s และ iPhone 6s Plus รวมถึงตัวอย่างภาพจากกล้องหลังและผลทดสอบคะแนน Geekbench มาให้ชมกันเสียเลย!

คลิปแกะกล่อง iPhone 6s และ iPhone 6s Plus โดย MKBHD

รีวิว iPhone 6s และ iPhone 6s Plus โดย The Verge

คะแนน Geekbench ของ iPhone 6s



Credits:http://www.techxcite.com/topic/23728.html

วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2558

เปิดตัวแล้ว! iPad Pro 12.9 นิ้ว ที่มืออาชีพคู่ควร!

เปิดตัวออกมาแล้วครับ สำหรับไอแพดหน้าจอใหญ่ที่สุดเท่าที่ Apple เคยทำมา ในชื่อว่า iPad Proที่มาพร้อมกับหน้าจอใหญ่ถึง 12.9 นิ้ว ที่นอกจากจัดเต็มเรื่องของหน้าจอแล้ว ทางด้านสเปคก็ถือว่าเป็นไอแพดที่สเปคแรงที่สุดด้วย มาพร้อมลำโพงรอบเครื่องถึง 4 ตัว (จากที่ปกติจะมีแค่ 2 ตัวเท่านั้น) ตอบรับความบันเทิงเต็มที่ แถมยังมีคีย์บอร์ดสำหรับพิมพ์งาน และชาร์จแบตไปได้ในตัว
apple-iphone-6s-live-_0580
เท่านั้นยังไม่พอ iPad Pro ยังมีอุปกรณ์เสริมนอกจากคีย์บอร์ดก็คือ Apple Pencil ที่เป็นปากกา stylus เฉพาะตัวของไอแพด (แน่นอนว่าต้องซื้อเพิ่มแน่นอน ไม่ได้แถมฟรีแน่ๆ) โดยปากกาตัวนี้ทาง Apple บอกว่าสามารถตอบสนองความเร็ว และองศาการเขียนใกล้เคียงกับการใช้ปากกาจริงๆ มาก ต่อไปเราไปดูสเปคของไอแพดโปรรุ่นใหม่นี้กันครับ

สเปค Apple iPad Pro

– หน้าจอขนาด 12.9 นิ้ว ความละเอียด 2732×2048 พิกเซล (264ppi)
– CPU Apple A9X 64-bit
– ความจำภายใน 32GB และ 128GB
– กล้องหลัง 8 ล้านพิกเซล f2.2 เลนส์ 5 ชิ้น พร้อมไฟแฟลช True Tone
– ถ่ายวีดีโอระดับ 4K
– กล้องหน้า 1.2 ล้านพิกเซล Face Time ระดับ HD
– แบตเตอรี่ใช้งานได้ 10 ชั่วโมง
– มี Touch ID สแกนลายนิ้วมือ
– ลำโพง 4 ตัว
– รองรับการเชื่อมต่อ WiFi 802.11ac with MIMO
– มีรุ่นใส่ซิมได้ รองรับ LTE 150LTE
– มี 3 สีให้เลือก คือ ทอง, ขาว, และดำ
– บาง 6.9 มิลลิเมตร

ราคา และวันวางจำหน่าย

apple-iphone-6s-live-_1232
ราคา iPad Pro เริ่มต้นที่ $799 (ประมาณ 28,000 บาท) สำหรับรุ่น 32GB WiFi Only ส่วนรุ่น 128GB WiFi Only ราคา $949 (ประมาณ 33,215 บาท) และรุ่นท็อปใส่ซิมได้ 128GB ราคา $1,079 (ประมาณ 37,765 บาท) และจะเริ่มวางจำหน่ายในเดือนพฤศจิกายนปีนี้
เรียกได้ว่า iPad Pro จะเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่คนทำงานอาจเสียเงินได้ ทั้งนักออกแบบ หรือในงานพรีเซ็นต์ หน้าจอใหญ่แบบนี้สามารถตอบสนองได้ดีมากทีเดียว และน่าเสียดายที่ iPad รุ่นก่อนๆ ราคายังคงไม่ลดลง
apple-iphone-6s-live-_0594
จอใหญ่ๆ เหมาะทั้งเล่นเกม และทำงาน
apple-iphone-6s-live-_0612
จอใหญ่เกือบเป็น 2 เท่าของไอแพดมินิ
apple-iphone-6s-live-_0621
ความละเอียดหน้าจอ 5.6 ล้านพิกเซล
apple-iphone-6s-live-_0637apple-iphone-6s-live-_0656apple-iphone-6s-live-_0671apple-iphone-6s-live-_0671 (1)apple-iphone-6s-live-_0674apple-iphone-6s-live-_0688apple-iphone-6s-live-_0703apple-iphone-6s-live-_0709apple-iphone-6s-live-_0721apple-iphone-6s-live-_0729apple-iphone-6s-live-_0743apple-iphone-6s-live-_0762apple-iphone-6s-live-_0786
คีย์บอร์ดอุปกรณ์เสริมที่ลงตัว
apple-iphone-6s-live-_0824
อุปกรณ์เสริมใหม่ที่น่าสนใจคือ Apple Pencil ที่ทำงานได้ใกล้เคียงกับดินสอมาก รองรับการวาดภาพโดยการเอียงได้หลายองศา
apple-iphone-6s-live-_0837apple-iphone-6s-live-_0845apple-iphone-6s-live-_0848apple-iphone-6s-live-_0903apple-iphone-6s-live-_0911apple-iphone-6s-live-_0971
ไม่บ่อยนักที่ได้เห็น Microsoft ขึ้นเวทีเดียวกับ Apple โดยในงานนี้มาเปิดตัวซอฟท์แวร์ Office สำหรับ iPad Pro ที่ใช้ทำงานจริง
apple-iphone-6s-live-_1025  apple-iphone-6s-live-_1121
สเปค iPad Pro ที่เปิดออกมา
apple-iphone-6s-live-_1138apple-iphone-6s-live-_1149
Apple Pencil ราคา ประมาณ 3,500 บาท และ Apple Smart Keyboard ราคา  5,900 บาทโดยประมาณ
apple-iphone-6s-live-_1157
เริ่มขายตั้งแต่ พฤศจิกายนเป็นต้นไป
credits:http://tech.mthai.com/mobile-tablet/ipad-tablet/53088.html